อริยสัจจากพระโอษฐ์

ที่มาของเนื้อหาใน blog นี้ เป็น พุทธวัจน์ พุทธวัจนะ พุทธวจนะ ล้วนๆ
ซึ่งคัดลอกมาจาก หนังสือ อริยสัจจากพระโอษฐ์
ของท่านพุทธทาส ซึ่งได้รวบรวบ เรื่องเกี่ยวกับอริยสัจสี่ ทั้งหมด
ที่พระผู้้มีพระภาคเจ้าได้เเสดงธรรมเทศนาทั้งชีวิตจนกระทั่งพระองค์ดับขันธ์ปรินิพพาน
โดยท่านพุทธทาสเรียบเรียงเเละรวบรวมมาจากพระไตรปิฎกเฉพาะส่วน พุทธวัจนะ เท่านั้น
ภิกษุทั้งหลาย! เรื่องนี้เคยมีมาแล้ว :
กลองศึกของกษัตริย์พวกทสารหะ เรียกว่า อานกะ มีอยู่.
เมื่อกลองอานกะนี้ มีแผลแตก หรือลิ,
พวกกษัตริย์ทสารหะได้หาเนื้อไม้อื่นทำเป็นลิ่ม
เสริมลงในรอยแตกของกลองนั้น (ทุกคราวไป)

ภิกษุทั้งหลาย! เมื่อเชื่อมปะเข้าหลายครั้งหลายคราวเช่นนั้นนานเข้า
ก็ถึงสมัยหนึ่ง ซึ่งเนื้อไม้เดิมของตัวกลองหมดสิ้นไป
เหลืออยู่แต่เนื้อไม้ที่ทำเสริมเข้าใหม่เท่านั้น ;
ภิกษุทั้งหลาย! ฉันใดก็ฉันนั้น :
ในกาลยืดยาวฝ่ายอนาคต จักมีภิกษุทั้งหลาย,
สุตตันตะ (ตัวสูตรส่วนที่ลึกซึ้ง) เหล่าใด ที่เป็นคำของตถาคต
เป็นข้อความลึก มีความหมายซึ่ง
เป็นชั้นโลกุตตระ ว่าเฉพาะด้วยเรื่องสุญญตา,

เมื่อมีผู้นำสุตตันตะเหล่านั้นมากล่าวอยู่.
เธอจักไม่ฟังด้วยดี จักไม่เงี่ยหูฟัง จักไม่ตั้งจิตเพื่อจะรู้ทั่วถึง
และจักไม่สำคัญว่าเป็นสิ่งที่ตนควรศึกษาเล่าเรียน.

ส่วนสุตตันตะเหล่าใด มีนักกวีแต่งขึ้นใหม่
เป็นคำร้อยกรองประเภทกาพย์กลอน มีอักษรสละสรวย
มีพยัญชนะอันวิจิตร เป็นเรื่องนอกแนว เป็นคำกล่าวของสาวก,

เมื่อมีผู้นำสูตรที่นักกวีแต่งขึ้นใหม่เหล่านั้นมากล่าวอยู่,
เธอจักฟังด้วยดี จักเงี่ยหูฟัง จักตั้งจิตเพื่อจะรู้ทั่วถึง
และจักสำคัญว่าเป็นสิ่งที่ตนควรศึกษาเล่าเรียนไป.

ภิกษุทั้งหลาย! ความอันตรธานของสุตตันตะเหล่านั้น ที่เป็นคำของตถาคต
เป็นข้อความลึก มีความหมายซึ้ง
เป็นชั้นโลกุตตระ ว่าเฉพาะด้วยเรื่องสุญญตา จักมีได้ด้วยอาการอย่างนี้ แล.
พระพุทธภาษิต นิทาน. สํ. ๑๖/๓๑๑/๖๗๒-๓
+---+---+---+---+---+---+---+---+---+---+---+---+---+---+
ภิกษุทั้งหลาย! มูลเหตุสี่ประการเหล่านี้ ที่ทำให้พระสัทธรรมเลอะเลือน
จนเสื่อมสูญไป. สี่อย่างอะไรกันเล่า ? สี่อย่างคือ:-

ภิกษุทั้งหลาย! พวกภิกษุเล่าเรียนสูตร
อันถือกันมาผิด ด้วยบทพยัญชนะที่ใช้กันผิด ;
เมื่อบทและพยัญชนะใช้กันผิดแล้ว แม้ความหมายก็มีนัยอันคลาดเคลื่อน.
ภิกษุทั้งหลาย! นี้ มูลกรณีที่หนึ่ง ซึ่งทำให้พระสัทธรรมเลอะเลือน จนเสื่อมสูญไป

ภิกษุทั้งหลาย! อีกอย่างหนึ่ง, พวกภิกษุเป็นคนว่ายาก
ประกอบด้วยเหตุที่ทำให้เป็นคนว่ายาก ไม่อดทน
ไม่ยอมรับคำตักเตือนโดยความเคารพหนักแน่น.
ภิกษุทั้งหลาย! นี้มูลกรณีที่สอง ซึ่งทำให้พระสัทธรรมเลอะเลือน จนเสื่อมสูญไป

ภิกษุทั้งหลาย! อีกอย่างหนึ่ง, พวกภิกษุเหล่าใด เป็นพหุสูต
คล่องแคล่วในหลักพระพุทธวจนะ ทรงธรรม ทรงวินัย ทรงมาติกา (แม่บท).
ภิกษุเหล่านั้นไม่ได้เอาใจใส่บอกสอนใจความแห่งสูตรทั้งหลายแก่คนอื่น ๆ ;
เมื่อท่านเหล่านั้นล่วงลับดับไป สูตรทั้งหลาย ก็เลยขาดผู้เป็นมูลราก (อาจารย์)
ไม่มีที่อาศัยสืบไป.
ภิกษุทั้งหลาย! นี้ มูลกรณีที่สาม ซึ่งทำให้พระสัทธรรมเลอะเลือน จนเสื่อมสูญไป

ภิกษุทั้งหลาย! อีกอย่างหนึ่ง พวกภิกษุชั้นเถระ ทำการสะสมบริกขาร
ประพฤติย่อหย่อนในไตรสิกขา มีจิตต่ำด้วยอำนาจแห่งนิวรณ์
ไม่เหลียวแลในกิจแห่งวิเวกธรรม ไม่ปรารภความเพียร
เพื่อถึงสิ่งที่ยังไม่ถึง เพื่อบรรลุสิ่งที่ยังไม่บรรลุ
เพื่อทำให้แจ้งในสิ่งที่ยังไม่ทำให้แจ้ง.
ผู้บวชในภายหลังได้เห็นพวกเถระเหล่านั้นทำแบบแผนเช่นนั้นไว้
ก็ถือเอาไปเป็นแบบอย่าง จึงทำให้เป็นผู้ทำการสะสมบริกขารบ้าง
ประพฤติย่อหย่อนในไตรสิกขา มีจิตต่ำด้วยอำนาจแห่งนิวรณ์
ไม่เหลียวแลในกิจแห่งวิเวกธรรม ไม่ปรารภความเพียร
เพื่อถึงสิ่งที่ยังไม่ถึง เพื่อบรรลุสิ่งที่ยังไม่บรรลุ
เพื่อทำให้แจ้งในสิ่งที่ยังไม่ทำให้แจ้ง ตามกันสืบไป.
ภิกษุทั้งหลาย! นี้ มูลกรณีที่สี่ ซึ่งทำให้พระสัทธรรมเลอะเลือนจนเสื่อมสูญไป

ภิกษุทั้งหลาย! มูลเหตุสี่ประการเหล่านี้แล
ที่ทำให้พระสัทธรรมเลอะเลือนจนเสื่อมสูญไป
พระพุทธภาษิต จตุกฺก อํ. ๒๑/๑๙๗/๑๖๐

+---+---+---+---+---+---+---+---+---+---+---+---+---+---+
 
พระพุทธองค์มีพระประสงค์ให้พวกเราสาวกทั้งหลาย ได้ช่วยกันเข้ามาศึกษา
ทรงจำเเละ ถ่ายทอดบอกสอน ดังนั้น เพื่อเป็นเหตุให้พระสัทธรรมตั้งอยู่นาน
ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามพุทธประสงค์ดังกล่าว
ทางผู้ดูแล blog จึงนำ พุทธวัจนะ หรือ พุทธวัจน์ หรือ พุทธวจน ในเรื่องอริยสัจสี่
มาเผยเเพร่ในวงกว้างเพื่อเป็นการจุดประกายชาวพุทธในสังคมออนไลน์
ได้มีโอกาสใกล้ชิด, ศึกษาคำของพระผู้้มีพระภาคเจ้าสัมมาสัมพุทธะ
เหล่านี้่จึงเป็นเหตุปัจจัยให้เิกิด DhamBlog นี้ขึ้น
เผยแพร่ on มีนาคม 21, 2009 at 06:18  ให้ความเห็น  

The URI to TrackBack this entry is: http://dhamblog.wordpress.com/about/trackback/

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: