<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>พุทธวัจน์ ~ พุทธวัจนะ ~ พุทธวจนะ</title>
	<atom:link href="http://dhamblog.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://dhamblog.wordpress.com</link>
	<description>ธรรมวินัยจากพระโอษฐ์</description>
	<lastBuildDate>Mon, 04 May 2009 07:05:58 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<cloud domain='dhamblog.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://s2.wp.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>พุทธวัจน์ ~ พุทธวัจนะ ~ พุทธวจนะ</title>
		<link>http://dhamblog.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://dhamblog.wordpress.com/osd.xml" title="พุทธวัจน์ ~ พุทธวัจนะ ~ พุทธวจนะ" />
	<atom:link rel='hub' href='http://dhamblog.wordpress.com/?pushpress=hub'/>
		<item>
		<title>ถ้ามัวรอให้รู้เรื่องที่ไม่จำเป็นเสียก่อน ก็ตายเปล่า</title>
		<link>http://dhamblog.wordpress.com/2009/05/04/buddha-talk-30/</link>
		<comments>http://dhamblog.wordpress.com/2009/05/04/buddha-talk-30/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 04 May 2009 07:01:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Clicker</dc:creator>
				<category><![CDATA[พุทธวจนะ]]></category>
		<category><![CDATA[พุทธวัจนะ]]></category>
		<category><![CDATA[พุทธวัจน์]]></category>
		<category><![CDATA[ทิฎฐิ]]></category>
		<category><![CDATA[นิพพาน]]></category>
		<category><![CDATA[พยากรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[พรหมจรรย์]]></category>
		<category><![CDATA[มาลุงกยบุตร]]></category>
		<category><![CDATA[อริยสัจ]]></category>
		<category><![CDATA[โมฆบุรุษ]]></category>
		<category><![CDATA[โลกเที่ยง]]></category>
		<category><![CDATA[โลกไม่เที่ยง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://dhamblog.wordpress.com/?p=293</guid>
		<description><![CDATA[มาลุงกยบุตร! ตถาคตมิได้พูดกะท่านว่า ท่านจงมาประพฤติพรหมจรรย์ในสำนักเรา เราจักพยากรณ์แก้ความเห็น ๑๐ ประการ แก่ท่าน และทั้งท่านก็มิได้พูดไว้กะเราว่า ข้าพระองค์จักประพฤติพรหมจรรย์ ในสำนักพระผู้มีพระภาคเจ้า, พระผู้มีพระภาคเจ้าจักพยากรณ์แก้ทิฏฐิความเห็น ๑๐ ประการแก่ข้าพระองค์. เมื่อเป็นเช่นนี้ ใครเล่า โมฆบุรุษ! ที่จักบอกคืนพรหมจรรย์แก่ใคร. มาลุงกยบุตร! ถึงใครกล่าวว่า เราจักยังไม่ประพฤติพรหมจรรย์ในสำนักพระผู้มีพระภาคเจ้า จนกว่าพระองค์จักแก้ปัญหาทิฏฐิ ๑๐ แก่เราเสียก่อนก็ตาม ตถาคตก็ไม่พยากรณ์ปัญหาทิฏฐิ ๑๐ นั้นอยู่นั่นเอง และเขาก็ตายเปล่าโดยแท้. มาลุงกยบุตร! เปรียบเหมือนบุรุษผู้หนึ่ง ถูกลูกศรอันกำซาบด้วย ยาพิษอย่างแรงกล้า มิตรอมาตย์ ญาติสาโลหิต จัดการเรียกแพทย์ผ่าตัดผู้ชำนาญ. บุรุษนั้นกล่าวเสียอย่างนี้ว่า เรายังไม่รู้จักตัวบุรุษผู้ยิงเราว่าเป็นกษัตริย์ พราหมณ์ เวสส์ ศูทร ชื่อไร โคตรไหน ฯลฯ ธนูที่ใช้ยิงนั้นเป็นชนิดหน้าไม้ หรือ เกาฑัณฑ์ ฯลฯ (เป็นต้น) เสียก่อนแล้ว เรายังไม่ต้องการจะถอนลูกศรอยู่เพียงนั้น. มาลุงกยบุตร! เขาไม่อาจรู้ข้อความที่เขาอยากรู้นั้นได้เลย ต้องตายเป็นแท้ ! อุปมานี้ฉันใด; อุปไมยก็ฉันนั้นเหมือนกัน, [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dhamblog.wordpress.com&amp;blog=7044169&amp;post=293&amp;subd=dhamblog&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://dhamblog.wordpress.com/2009/05/04/buddha-talk-30/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">Clicker</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ไม่รู้อริยสัจ ก็ยังไม่เป็นสมณพราหมณ์ที่แท้</title>
		<link>http://dhamblog.wordpress.com/2009/05/04/buddha-talk-29/</link>
		<comments>http://dhamblog.wordpress.com/2009/05/04/buddha-talk-29/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 04 May 2009 05:56:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Clicker</dc:creator>
				<category><![CDATA[พุทธวจนะ]]></category>
		<category><![CDATA[พุทธวัจนะ]]></category>
		<category><![CDATA[พุทธวัจน์]]></category>
		<category><![CDATA[มรรค]]></category>
		<category><![CDATA[ราคะ]]></category>
		<category><![CDATA[สมณะ]]></category>
		<category><![CDATA[อริยสัจ]]></category>
		<category><![CDATA[อัฏฐังคิกมรรค]]></category>
		<category><![CDATA[โทสะ]]></category>
		<category><![CDATA[โมหะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://dhamblog.wordpress.com/?p=284</guid>
		<description><![CDATA[ภิกษุทั้งหลาย! สมณะหรือพราหมณ์ก็ตาม เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ย่อมไม่รู้ชัดตามเป็นจริงว่า "นี้ ความทุกข์, นี้ เหตุให้เกิดขึ้นแห่งทุกข์, นี้ ความดับไม่เหลือแห่งทุกข์, นี้ ทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือแห่งทุกข์" ดังนี้; ภิกษุทั้งหลาย! สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น มิใช่ผู้ที่ควรได้รับการสมมติว่าเป็นสมณะในหมู่สมณะ มิใช่ผู้ที่ควรได้รับการสมมติว่าเป็นพราหมณ์ในหมู่พราหมณ์. อีกอย่างหนึ่ง บุคคลผู้ไม่รู้เหล่านั้น จะได้ทำให้แจ้งซึ่งประโยชน์แห่งความเป็นสมณะ หรือประโยชน์แห่งความเป็นพราหมณ์ ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ในทิฏฐธรรมนี้ เข้าถึงแล้วแลอยู่ หาได้ไม่ ภิกษุทั้งหลาย! ส่วนสมณะหรือพราหมณ์ก็ตาม เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ย่อมรู้ชัดตามเป็นจริงว่า "นี้ ความทุกข์, นี้ เหตุให้เกิดขึ้นแห่งทุกข์, นี้ ความดับไม่เหลือแห่งทุกข์, นี้ ทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือแห่งทุกข์" ดังนี้; ภิกษุทั้งหลาย! สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นแล ย่อมเป็นผู้ควรได้รับการสมมติว่าเป็นสมณะในหมู่สมณะ ย่อมเป็นผู้ควรได้รับการสมมติว่าเป็นพราหมณ์ในหมู่พราหมณ์. อีกอย่างหนึ่ง บุคคลผู้รู้ชัดตามความเป็นจริงเหล่านั้น ย่อมทำให้แจ้งซึ่งประโยชน์ แห่งความเป็นสมณะ หรือประโยชน์แห่งความเป็นพราหมณ์ ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ในทิฏฐธรรมนี้ เข้าถึงแล้วแลอยู่ ได้โดยแท้. - มหาวาร.สํ. ๑๙/๕๔๒/๑๗๐๐ - [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dhamblog.wordpress.com&amp;blog=7044169&amp;post=284&amp;subd=dhamblog&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://dhamblog.wordpress.com/2009/05/04/buddha-talk-29/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">Clicker</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>จงบวชเพื่อรู้ความดับทุกข์ เหมือนเขาทั้งหลายผู้บวชแล้วโดยชอบ</title>
		<link>http://dhamblog.wordpress.com/2009/04/20/buddha-talk-28/</link>
		<comments>http://dhamblog.wordpress.com/2009/04/20/buddha-talk-28/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 20 Apr 2009 08:34:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Clicker</dc:creator>
				<category><![CDATA[พุทธวจนะ]]></category>
		<category><![CDATA[พุทธวัจนะ]]></category>
		<category><![CDATA[พุทธวัจน์]]></category>
		<category><![CDATA[ดับทุกข์]]></category>
		<category><![CDATA[ทุกข์]]></category>
		<category><![CDATA[นิโรธ]]></category>
		<category><![CDATA[บวช]]></category>
		<category><![CDATA[มรรค]]></category>
		<category><![CDATA[สมุทัย]]></category>
		<category><![CDATA[อริยสัจ]]></category>
		<category><![CDATA[ออกจากเรือน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://dhamblog.wordpress.com/?p=279</guid>
		<description><![CDATA[ภิกษุทั้งหลาย! กุลบุตรทั้งหลาย ในกาลยืดยาวนานฝ่ายอดีต ได้ออกจากเรือน บวชแล้ว เป็นผู้ไม่เกี่ยวข้องด้วยเรือน โดยชอบ, กุลบุตรทั้งหมดนั้นได้บวชแล้ว เพื่อการรู้ยิ่งตามเป็นจริง ซึ่งความจริงอันประเสริฐสี่อย่าง. ภิกษุทั้งหลาย! กุลบุตรทั้งหลาย ในกาลยืดยาวนานฝ่ายอนาคต จักออกจากเรือน บวชแล้ว เป็นผู้ไม่เกี่ยวข้องด้วยเรือน โดยชอบ, กุลบุตรทั้งหมดนั้น ก็จักบวช เพื่อการรู้ยิ่งตามเป็นจริง ซึ่งความจริงอันประเสริฐสี่อย่าง. ภิกษุทั้งหลาย! กุลบุตรทั้งหลาย ในกาลเป็นปัจจุบันนี้ ก็ออกจากเรือน บวชอยู่ เป็นผู้ไม่เกี่ยวข้องด้วยเรือนโดยชอบ, กุลบุตรทั้งหมดนั้น บวชอยู่ เพื่อการรู้ยิ่งตามเป็นจริง ซึ่งความจริงอันประเสริฐสี่อย่าง. สี่อย่าง เหล่าไหนเล่า ? สี่อย่างคือ ความจริงอันประเสริฐ เรื่องทุกข์, ความจริงอันประเสริฐ เรื่องเหตุให้เกิดทุกข์, ความจริงอันประเสริฐ เรื่องความดับไม่เหลือทุกข์, และความจริงอันประเสริฐ เรื่องทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือของทุกข์. ภิกษุทั้งหลาย! เพราะเหตุนั้น ในกรณีนี้ พวกเธอพึง ทำความเพียร เพื่อให้รู้ตามเป็นจริงว่า "นี้เป็นทุกข์, นี้เป็นเหตุให้เกิดทุกข์, นี้เป็นความดับไม่เหลือของทุกข์, และนี้เป็นทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือของทุกข์;" ดังนี้เถิด. - [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dhamblog.wordpress.com&amp;blog=7044169&amp;post=279&amp;subd=dhamblog&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://dhamblog.wordpress.com/2009/04/20/buddha-talk-28/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">Clicker</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>อย่ากล่าวเรื่องไม่มีประโยชน์ แต่จงกล่าวเรื่องความพ้นทุกข์</title>
		<link>http://dhamblog.wordpress.com/2009/04/16/buddha-talk-27/</link>
		<comments>http://dhamblog.wordpress.com/2009/04/16/buddha-talk-27/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 16 Apr 2009 05:28:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Clicker</dc:creator>
				<category><![CDATA[พุทธวจนะ]]></category>
		<category><![CDATA[พุทธวัจนะ]]></category>
		<category><![CDATA[พุทธวัจน์]]></category>
		<category><![CDATA[ขวางหนทางธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[คลายกำหนัด]]></category>
		<category><![CDATA[ติรัจฉานกถา]]></category>
		<category><![CDATA[ทุกข์]]></category>
		<category><![CDATA[นิพพาน]]></category>
		<category><![CDATA[พรหมจรรย์]]></category>
		<category><![CDATA[รำงับ]]></category>
		<category><![CDATA[หน่ายทุกข์]]></category>
		<category><![CDATA[อริยสัจ]]></category>
		<category><![CDATA[เงื่อนต้นของพรหมจรรย์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://dhamblog.wordpress.com/?p=273</guid>
		<description><![CDATA[ภิกษุทั้งหลาย! พวกเธอทั้งหลาย จง อย่ามัวสนทนาเรื่องขวางหนทางธรรม (ติรจฺฉานกถา) คือเรื่องพระราชา เรื่องโจร เรื่องอมาตย์ เรื่องทหาร เรื่องของน่ากลัว เรื่องการรบพุ่ง เรื่องข้าว เรื่องน้ำ เรื่องผ้า เรื่องที่นอน เรื่องระเบียบดอกไม้ เรื่องของหอม เรื่องญาติ เรื่องยานพาหนะ เรื่องหมู่บ้าน เรื่องจังหวัด เรื่องเมืองหลวง เรื่องบ้านนอก เรื่องหญิง เรื่องชาย เรื่องคนกล้า เรื่องตรอกทางเดิน เรื่องท่าน้ำ เรื่องคนที่ตายไปแล้ว เรื่องต่าง ๆ นานา เรื่องโลก เรื่องมหาสมุทร เรื่องความรุ่งเรือง เรื่องความทรุดโทรม เหล่านี้. เพราะเหตุไรจึงไม่ควรกล่าวเล่า ? เพราะการกล่าวนั้น ๆ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ไม่เป็นเงื่อนต้นของพรหมจรรย์ ไม่เป็นไปพร้อมเพื่อความหน่ายทุกข์ ความคลายกำหนัด ความดับ ความรำงับ ความรู้ยิ่ง ความรู้พร้อม และนิพพาน เลย. ภิกษุทั้งหลาย! เมื่อพวกเธอจะกล่าว จงกล่าวว่า "เช่นนี้ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dhamblog.wordpress.com&amp;blog=7044169&amp;post=273&amp;subd=dhamblog&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://dhamblog.wordpress.com/2009/04/16/buddha-talk-27/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">Clicker</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>อย่ากล่าวเรื่องทุ่มเถียงแก่งแย่งกัน แต่จงกล่าวเรื่องความพ้นทุกข์</title>
		<link>http://dhamblog.wordpress.com/2009/04/16/buddha-talk-26/</link>
		<comments>http://dhamblog.wordpress.com/2009/04/16/buddha-talk-26/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 16 Apr 2009 04:20:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Clicker</dc:creator>
				<category><![CDATA[พุทธวจนะ]]></category>
		<category><![CDATA[พุทธวัจนะ]]></category>
		<category><![CDATA[พุทธวัจน์]]></category>
		<category><![CDATA[คลายกำหนัด]]></category>
		<category><![CDATA[ความพ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเพียร]]></category>
		<category><![CDATA[ทุำำกข์]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมวินัย]]></category>
		<category><![CDATA[นิพพาน]]></category>
		<category><![CDATA[รำงับ]]></category>
		<category><![CDATA[รู้พร้อม]]></category>
		<category><![CDATA[รู้ยิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[อริยสัจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://dhamblog.wordpress.com/?p=266</guid>
		<description><![CDATA[ภิกษุทั้งหลาย! พวกเธออย่ากล่าวถ้อยคำที่ยึดถือเอาแตกต่างกัน ว่า "ท่านไม่รู้ทั่วถึงธรรมวินัยนี้, ข้าพเจ้ารู้ทั่วถึงธรรมวินัยนี้, ท่านจักรู้ทั่วถึงธรรมวินัยได้อย่างไร ท่านปฏิบัติผิด, ข้าพเจ้าซิปฏิบัติชอบ, คำควรกล่าวก่อน ท่านกล่าวทีหลัง คำควรกล่าวทีหลัง ท่านมากล่าวก่อน คำพูดของท่านจึงไม่เป็นประโยชน์ คำพูดของข้าพเจ้าเป็นประโยชน์ ข้อที่ท่านเคยถนัด มาแปรปรวนไปเสียแล้ว. ข้าพเจ้าแย้งคำพูดของท่านแหลกหมดแล้ว, ท่านถูกข้าพเจ้าข่มแล้ว เพื่อให้ถอนคำพูดผิด ๆ นั้นเสีย หรือท่านสามารถก็จงค้านมาเถิด:" ดังนี้. พวกเธอไม่พึงกล่าวถ้อยคำเช่นนั้นเพราะเหตุไรเล่า? เพราะการกล่าวนั้น ๆ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ไม่เป็นเงื่อนต้นของพรหมจรรย์ ไม่เป็นไปพร้อมเพื่อความหน่ายทุกข์ ความคลายกำหนัด ความดับ ความรำงับ ความรู้ยิ่ง ความรู้พร้อม และนิพพาน. ภิกษุทั้งหลาย! เมื่อพวกเธอจะกล่าว จงกล่าวว่า "เช่นนี้ ๆ เป็นความทุกข์, เช่นนี้ ๆ เป็นเหตุให้เกิดทุกข์, เช่นนี้ ๆ เป็นความดับไม่เหลือของทุกข์, และเช่นนี้ ๆ เป็นทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือของทุกข์;" ดังนี้. เพราะเหตุไรจึงควรกล่าวเล่า ? เพราะการกล่าวนั้น ๆ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dhamblog.wordpress.com&amp;blog=7044169&amp;post=266&amp;subd=dhamblog&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://dhamblog.wordpress.com/2009/04/16/buddha-talk-26/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">Clicker</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>อย่าคิดเรื่องโลก แต่จงคิดเรื่องอริยสัจ</title>
		<link>http://dhamblog.wordpress.com/2009/04/15/buddha-talk-25/</link>
		<comments>http://dhamblog.wordpress.com/2009/04/15/buddha-talk-25/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 15 Apr 2009 08:44:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Clicker</dc:creator>
				<category><![CDATA[พุทธวจนะ]]></category>
		<category><![CDATA[พุทธวัจนะ]]></category>
		<category><![CDATA[พุทธวัจน์]]></category>
		<category><![CDATA[คลายกำหนัด]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้พร้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้ยิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ทุกข์]]></category>
		<category><![CDATA[นิพพาน]]></category>
		<category><![CDATA[พรหมจรรย์]]></category>
		<category><![CDATA[รำงับ]]></category>
		<category><![CDATA[สมุทัย]]></category>
		<category><![CDATA[สุมาคธา]]></category>
		<category><![CDATA[อริยสัจ]]></category>
		<category><![CDATA[อริยสัจสี่]]></category>
		<category><![CDATA[เหง้ารากบัว]]></category>
		<category><![CDATA[โลกเที่ยง]]></category>
		<category><![CDATA[โลกไม่เที่ยง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://dhamblog.wordpress.com/?p=258</guid>
		<description><![CDATA[ภิกษุทั้งหลาย! มีเรื่องราวในกาลก่อน : บุรุษผู้หนึ่งตั้งใจว่าจะคิด ซึ่งความคิดเรื่องโลก,จึงออกจากนครราชคฤห์ ไปสู่สระบัวชื่อ สุมาคธา แล้วนั่งคิดอยู่ที่ริมฝั่งสระ. บุรุษนั้นได้เห็นแล้ว ซึ่งหมู่เสนาประกอบด้วยองค์สี่ (คือ ช้าง ม้า รถ พลเดินเท้า) ที่ฝั่งสระสุมาคธานั้น เข้าไปอยู่ ๆ สู่เหง้ารากบัว ครั้นเขาเห็นแล้วเกิดความไม่เชื่อตัวเองว่า "เรานี้บ้าแล้ว เรานี้วิกลจริตแล้ว, สิ่งใดไม่มีในโลก เราได้เห็นสิ่งนั้นแล้ว" ดังนี้. ภิกษุทั้งหลาย! บุรุษนั้นกลับเข้าไปสู่นครแล้ว ป่าวร้องแก่มหาชน ว่า "ท่านผู้เจริญ ! ข้าพเจ้าเป็นบ้าแล้ว ข้าพเจ้าวิกลจริตแล้ว, เพราะว่าสิ่งใดไม่มีอยู่ในโลก ข้าพเจ้ามาเห็นแล้วซึ่งสิ่งนั้น" ดังนี้. มีเสียงถามว่า เห็นอะไรมา ? เขาบอกแล้วตามที่เห็นทุกประการ. มีเสียงรับรองว่า "ถูกแล้ว, ท่านผู้เจริญเอ๋ย ! ท่านเป็นบ้าแล้ว ท่านวิกลจริตแล้ว" ภิกษุทั้งหลาย! แต่ว่าบุรุษนั้น ได้เห็นสิ่งที่มีจริง เป็นจริง หาใช่เห็นสิ่งไม่มีจริง ไม่เป็นจริงไม่. ภิกษุทั้งหลาย! ในกาลก่อนดึกดำบรรพ์ : [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dhamblog.wordpress.com&amp;blog=7044169&amp;post=258&amp;subd=dhamblog&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://dhamblog.wordpress.com/2009/04/15/buddha-talk-25/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">Clicker</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ผู้ประกอบด้วยอวิชชา คือผู้ไม่มีความรู้สี่อย่าง</title>
		<link>http://dhamblog.wordpress.com/2009/04/11/buddha-talk-24/</link>
		<comments>http://dhamblog.wordpress.com/2009/04/11/buddha-talk-24/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 11 Apr 2009 08:32:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Clicker</dc:creator>
				<category><![CDATA[พุทธวจนะ]]></category>
		<category><![CDATA[พุทธวัจนะ]]></category>
		<category><![CDATA[พุทธวัจน์]]></category>
		<category><![CDATA[วิิชชา]]></category>
		<category><![CDATA[อริยสัจ]]></category>
		<category><![CDATA[อริยสัจสี่]]></category>
		<category><![CDATA[อวิชชา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://dhamblog.wordpress.com/?p=243</guid>
		<description><![CDATA["พระองค์ผู้เจริญ ! พระองค์กล่าวว่า "อวิชชา อวิชชา" ดังนี้. ก็อวิชชานั้นเป็นอย่างไร ? และด้วยเหตุเท่าไร บุคคลจึงชื่อว่าเป็นผู้ถึงแล้วซึ่งอวิชชา ?" แน่ะ ภิกษุทั้งหลาย! ความไม่รู้อันใด เป็นความไม่รู้ในทุกข์, เป็นความไม่รู้ในเหตุให้เกิดทุกข์, เป็นความไม่รู้ในความดับไม่เหลือของทุกข์, และเป็นความไม่รู้ในทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือของทุกข์ : นี้เราเรียกว่า อวิชชา; และบุคคลชื่อว่าถึงแล้วซึ่งอวิชชา ก็เพราะเหตุไม่รู้ความจริงมีประมาณเท่านี้แล. "พระองค์ผู้เจริญ ! พระองค์กล่าวว่า 'วิชชา วิชชา' ดังนี้. ก็วิชชานั้นเป็นอย่างไร? และด้วยเหตุเท่าไร บุคคลจึงชื่อว่าเป็นผู้ถึงแล้วซึ่งวิชชา ?" แน่ะ ภิกษุทั้งหลาย! ความรู้อันใด เป็นความรู้ในทุกข์, เป็นความรู้ในเหตุให้เกิดทุกข์, เป็นความรู้ในความดับไม่เหลือของทุกข์, และเป็นความรู้ในทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือของทุกข์ : นี้เราเรียกว่า วิชชา; และบุคคลชื่อว่าถึงแล้วซึ่งวิชชา ก็เพราะเหตุรู้ความจริงมีประมาณเท่านี้แล. ภิกษุทั้งหลาย! เพราะเหตุนั้น ในกรณีนี้ พวกเธอพึง ทำความเพียร เพื่อให้รู้ตามเป็นจริง ว่า "นี้เป็นทุกข์, นี้เป็นเหตุให้เกิดขึ้นแห่งทุกข์, นี้เป็นความดับไม่เหลือแห่งทุกข์, [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dhamblog.wordpress.com&amp;blog=7044169&amp;post=243&amp;subd=dhamblog&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://dhamblog.wordpress.com/2009/04/11/buddha-talk-24/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">Clicker</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ผู้รู้อริยสัจเป็นหลักอยู่ในใจ ย่อมไม่มีอาการสั่นสะเทือนเพราะถูกยกวาทะ : ดุจเสาหิน</title>
		<link>http://dhamblog.wordpress.com/2009/04/11/buddha-talk-23/</link>
		<comments>http://dhamblog.wordpress.com/2009/04/11/buddha-talk-23/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 11 Apr 2009 08:16:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Clicker</dc:creator>
				<category><![CDATA[พุทธวจนะ]]></category>
		<category><![CDATA[พุทธวัจนะ]]></category>
		<category><![CDATA[พุทธวัจน์]]></category>
		<category><![CDATA[ทุกข์]]></category>
		<category><![CDATA[นิโรธ]]></category>
		<category><![CDATA[มรรค]]></category>
		<category><![CDATA[สมุทัย]]></category>
		<category><![CDATA[อริยสัจ]]></category>
		<category><![CDATA[อริยสัจสี่]]></category>
		<category><![CDATA[เสาหิน]]></category>
		<category><![CDATA[เห็นเเล้วด้วยดี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://dhamblog.wordpress.com/?p=237</guid>
		<description><![CDATA[ภิกษุทั้งหลาย! ภิกษุรูปใด รู้อยู่ตามเป็นจริงว่า "นี้เป็นทุกข์, นี้เป็นเหตุให้เกิดทุกข์, นี้เป็นความดับไม่เหลือของทุกข์, และนี้เป็นทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือของทุกข์." ดังนี้นั้น. แม้ว่าจะพึงมีบุคคลที่เป็นสมณะหรือพราหมณ์ ซึ่งเป็นผู้ต้องการจะโต้วาทะ เที่ยวแสวงคู่โต้วาทะ มาจากทิศตะวันออกหรือทิศตะวันตก ทิศเหนือ ทิศใต้ ก็ตาม โดยประกาศว่า "เราจักยกวาทะของภิกษุรูปนั้นเสีย" ดังนี้; ข้อที่สมณะหรือพราหมณ์นั้น จักทำภิกษุนั้นให้หวั่นไหว สั่นสะเทือน หรือสั่นระรัวไป โดยถูกธรรมนั้น ไม่เป็นฐานะที่จะเป็นไปได้เลย. ข้อนี้เป็นเพราะเหตุไรเล่า ? เพราะเหตุที่อริยสัจสี่นั้น เป็นธรรมที่ภิกษุนั้นเห็นแล้วด้วยดี. ภิกษุทั้งหลาย! เปรียบเหมือนเสาหินยาว ๑๖ ศอก ฝังอยู่ในดิน ๘ ศอก โผล่ขึ้นพ้นดิน ๘ ศอก แม้จะมีลมพายุฝนอย่างแรงกล้า มาจากทิศตะวันออกหรือทิศตะวันตก ทิศเหนือ ทิศใต้ ก็ตาม ไม่พึงทำเสาหินนั้นให้หวั่นไหว สั่นสะเทือน หรือสั่นระรัวไปได้เลย. ข้อนี้เป็นเพราะเหตุไรเล่า ? เพราะส่วนที่ฝังนั้นลึก และฝังเป็นอย่างดี; ฉันใดก็ฉันนั้น. ภิกษุทั้งหลาย! เพราะเหตุนั้นในกรณีนี้พวกเธอ พึงทำความเพียร เพื่อให้รู้ตามเป็นจริง [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dhamblog.wordpress.com&amp;blog=7044169&amp;post=237&amp;subd=dhamblog&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://dhamblog.wordpress.com/2009/04/11/buddha-talk-23/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">Clicker</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>
