ความรู้สึกของบุถุชน ไขว้กันอยู่เสมอต่อหลักแห่งอริยสัจ

คหบดี! หน้าตาของท่านแสดงว่าท่านกำลังไม่มีจิตไม่มีใจ,
หน้าตาของท่านผิดปกติไปแล้ว.
"ท่านผู้เจริญ ! หน้าตาของข้าพเจ้าจะไม่ผิดปกติได้อย่างไรเล่า,
เพราะว่า บุตรน้อยเป็นที่รักที่พอใจคนเดียว ของข้าพเจ้า ตายเสียแล้ว
เพราะการตายของบุตรน้อยนั้น การงานก็มืดมน ข้าวปลาอาหารก็มืดมน
ข้าพเจ้าเอาแต่ไปสู่ที่เผาลูก แล้วคร่ำครวญอยู่ว่า ลูกน้อยคนเดียวอยู่ไหน ๆ"
มันเป็นอย่างนั้นแหละ ๆ คหบดี!
โสกะ ปริเทวะ ทุกขะ โทมนัส และอุปายาสทั้งหลายนั้น
เกิดจากของรัก มีของรักเป็นแดนเกิด.
"ท่านผู้เจริญ ! โสกะปริเทวะทุกขะโทมนัสและอุปายาสทั้งหลายนั้น
เกิดจากของรัก มีของรักเป็นแดนเกิด ได้อย่างไรกัน;
เพราะว่า ความเพลิดเพลินและโสมนัสต่างหากที่เกิดแต่ของรัก มีของรักเป็นแดนเกิด"
คหบดีนั้น ไม่ยอมรับไม่คัดค้านคำของพระผู้มีพระภาคเจ้า ลุกจากอาสนะแล้วหลีกไปเสีย
เขาได้เข้าไปหากลุ่มนักเลงสะกาที่เล่นสะกากันอยู่ ในที่ใกล้ ๆ กันนั้น;
เล่าเรื่องให้ฟังแล้วก็ได้รับคำรับสมอ้างจากพวกนักเลงสะกาเหล่านั้นว่า
"ถูกแล้ว ๆ ท่านคหบดี! ความเพลิดเพลินและโสมนัสเกิดแต่ของรัก
มีของรักเป็นแดนเกิดอย่างแน่นอน" ดังนี้;
เขาก็พอใจว่าความคิดของเขาตรงกันกับความคิดของนักเลงสะกาทั้งหลาย
ดังนี้แล้วก็หลีกไป.
- ม.ม. ๑๓/๔๘๙/๕๓๖.
Advertisements

สุขที่สัตว์โลกควรกลัว และไม่ควรกลัว

…ก็ข้อนั้น อันเรากล่าวแล้วว่า บุคคลควรรู้จักการวินิจฉัย (ตัดสินใจ) ในความสุข
เมื่อรู้จักการวินิจฉัยความสุขแล้ว ควรประกอบความสุขชนิดที่เป็นภายใน,
ข้อนั้นเรากล่าวเพราะอาศัยเหตุผลอะไรเล่า ?

ภิกษุทั้งหลาย! กามคุณมีห้าอย่างเหล่านี้. ห้าอย่างนั้นอะไรเล่า ?
ห้าอย่างคือ
   รูป ที่เห็นด้วย ตา,
  เสียง ที่ฟังด้วย หู,
  กลิ่น ที่ดมด้วย จมูก,
  รส ที่ลิ้มด้วย ลิ้น,
  และโผฏฐัพพะ ที่สัมผัสด้วย กาย
(แต่ละอย่างล้วน) เป็นสิ่งที่น่าปรารถนา น่ารักใคร่ น่าพอใจ
เป็นสิ่งที่ยวนตายวนใจให้รัก
เป็นที่เข้าไปตั้งอาศัยซึ่งความใคร่
เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัดย้อมใจ;

ภิกษุทั้งหลาย! สุข โสมนัสอันใดเกิดขึ้น เพราะอาศัยกามคุณห้าเหล่านี้,
สุข โสมนัสนั้น เราเรียกว่า กามสุข
อันเป็นสุขบุถุชน
เป็นสุขทางเมถุน (มิฬหสุข)
ไม่ใช่สุขอันประเสริฐ.
เรากล่าวว่า สุขนั้น บุคคลไม่ควรเสพ
ไม่ควรเจริญ ไม่ควรทำให้มาก, ควรกลัว.

ภิกษุทั้งหลาย! ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เข้าถึงซึ่ง
ปฐมฌาน…ทุติยฌาน…ตติยฌาน…จตุตถฌาน… แล้วแลอยู่.
นี้ เราเรียกว่า สุขอาศัยเนกขัมมะ
เป็นสุขเกิดแต่ความสงัดเงียบ
สุขเกิดแต่ความเข้าไปสงบรำงับ
สุขเกิดแต่ความรู้พร้อม.
เรากล่าวว่า สุขนั้น บุคคลควรเสพให้ทั่วถึง
ควรทำให้เจริญ ควรทำให้มาก, ไม่ควรกลัว.

คำใดที่เรากล่าวแล้วว่า บุคคลควรรู้จักการวินิจฉัย (ตัดสินใจ) ในความสุข
เมื่อรู้จักการวินิจฉัยความสุขแล้ว ควรประกอบความสุขชนิดที่เป็นภายในนั้น;
คำนั้น เรากล่าวแล้ว เพราะอาศัยเหตุผลนี้.

- อุปริ. ม. ๑๔/๔๒๗/๖๕๙.